06/19/22

คำนวณผลประโยชน์พนักงานในอินเดียวิธีการคำนวณและภาษีเงินได้

คำนวณผลประโยชน์พนักงานคำถามที่พบบ่อย – 4 Sameer Sharma ทำงานร่วมกับบริษัท XYZ ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 คำนวณผลประโยชน์พนักงานเขาลาออกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2549 เขาได้รับเงินบำเหน็จเมื่อแยกทาง เขากลับมาร่วมงานกับบริษัทเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2551 และลาออกเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2557 สลิปเงินเดือนประจำเดือนกันยายนมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้: พื้นฐาน – 40,000/- INR, HRA – 16,000/- INR, DA – 4,000/- INR, Conveyance – 5,000/- INR ค่ารักษาพยาบาล – 4,000/- INR โบนัสตามผลงาน – 65,000/- INR เขามีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือไม่? เงินบำเหน็จของเขาจะเป็นเท่าไหร่

คำตอบ:ใช่ Sameer มีสิทธิได้รับบำเหน็จ บำเหน็จจ่ายให้กับ Sameer = (40,000/26)*15*6 = 138,462/- INR ลูกจ้างสามารถถอนเงินบำเหน็จจากนายจ้างหลายรายหรือจากนายจ้างคนเดียวกันได้ หากพ้นโทษหลายครั้งในระยะเวลาห้าปี อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินบำเหน็จทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 1,000,000/- รูปีอินเดีย ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับบำเหน็จก็ต่อเมื่อมีอายุครบห้าปี ณ เวลาเกษียณ ลาออก และเงินบำนาญ คำนวณผลประโยชน์พนักงานผู้ได้รับการเสนอชื่อหรือทายาทจะได้รับบำเหน็จในกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ แม้ว่าเขาจะยังทำงานไม่ครบห้าปีต่อเนื่อง

บำเหน็จได้รับการปฏิบัติอย่างไรภายใต้กฎภาษีเงินได้

การยกเว้นบำเหน็จอยู่ภายใต้มาตรา 10 (10) ของภาษีเงินได้ เพื่อประโยชน์ในการยกเว้นพนักงานแบ่งออกเป็นสามประเภท:

  1. เงินบำเหน็จจำนวนเท่าใดก็ได้ที่ลูกจ้างของรัฐบาลกลางและของรัฐ ลูกจ้างฝ่ายจำเลย และลูกจ้างในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้รับเมื่อเกษียณอายุหรือในกรณีที่เสียชีวิต ให้ได้รับการยกเว้นโดยสมบูรณ์
  2. เงินบำเหน็จใด ๆ ที่ได้รับจากบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติการจ่ายเงินบำเหน็จ พ.ศ. 2515 จะได้รับการยกเว้นภายใต้ข้อจำกัดดังต่อไปนี้:-

คำนวณผลประโยชน์พนักงานจำนวนเงินบำเหน็จคำนวณในอัตรา 15 วันของเงินเดือนสำหรับทุกๆ ปีที่สำเร็จหรือบางส่วนของปีนั้น โดยพิจารณาจากเงินเดือนพื้นฐานที่ออกครั้งสุดท้าย หรือ 1,000,000/- INR แล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า

  1. กรณีเป็นลูกจ้างรายอื่น ให้ได้รับยกเว้นบำเหน็จตามข้อยกเว้นดังต่อไปนี้

การยกเว้นจะจำกัดอยู่ที่เงินเดือนครึ่งเดือน (ตามค่าเฉลี่ย 10 เดือนล่าสุด) สำหรับแต่ละปีที่จบการทำงานหรือ 1,000,000 INR แล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า https://www.tfrs17consulting.com/post/article39